นำข้อมูลจากเอกสารที่จากศาลทรัพย์สินที่เขียนเลขคดีดำ
และคดีแดงมาใส่ข้อมูลลงในเครื่องพิวเตอร์ของบริษัท
แล้วเพิ่มข้อความว่าพิพากษาแล้วแล้วจัดเก็บบันทึกให้เรียบร้อย
ปัญหา
1.เข้าใช้งานไม่เป็น
การแก้ไข
1.ถามพี่ที่ทำงานว่าวิธีใช้อย่างไร
2.แล้วให้พี่สอนวิธีการทำงานว่าทำอย่างไร
วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553
สัปดาห์ที่ 3 ของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ วันที่ 15 ถึง วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553
ทำการจัดเรียบเรียงเอกสารคดีความดูเลขดำและเลขแดง
จากเลขฐานข้อมูลบริษัท เช่น ยอมความ ไม่ยอมความ(ศาล)
ไม่ยอมความ(อัยการ)ไม่ยอมความ(พนักงานสอบสวน)
แล้วทำการรวบรวมเอกสารเข้าเล่มหน้าปกสำนวนให้เรียบร้อย
จากเลขฐานข้อมูลบริษัท เช่น ยอมความ ไม่ยอมความ(ศาล)
ไม่ยอมความ(อัยการ)ไม่ยอมความ(พนักงานสอบสวน)
แล้วทำการรวบรวมเอกสารเข้าเล่มหน้าปกสำนวนให้เรียบร้อย
สัปดาห์ที่ 2 ของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ วันที่ 8 ถึง วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553
เริ่มการค้นหาเลขคดีความแล้วกรอกข้อมูลเลขคดี
คดีความข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง
แล้วตรวจสำนวนเอกสารข้อมูลในหน้าปกสำนวนจำนวนตั้ง
แต่ปี 48-53
คดีความข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง
แล้วตรวจสำนวนเอกสารข้อมูลในหน้าปกสำนวนจำนวนตั้ง
แต่ปี 48-53
วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สัปดาห์ที่ 1 ของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
สัปดาห์ที่ 1 ของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
เริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554
สัปดาห์ที่ 1 บริษัทที่ได้ทำคือ บริษัท จี-พาเทนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทในเครือของ GMM
เวลาเข้างาน 9.00 ถึง 18.00 น. วันจันทร์ -ศุกร์
สัปดาห์แรกเป็นการเรียนรู้งานเกี่ยวกับ กฎหมายคคีความ และเรื่องการพิมพ์เอกสารจ่าหน้าซอง
และเอกสารเกี่ยวกับกฏหมาย
เริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554
สัปดาห์ที่ 1 บริษัทที่ได้ทำคือ บริษัท จี-พาเทนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทในเครือของ GMM
เวลาเข้างาน 9.00 ถึง 18.00 น. วันจันทร์ -ศุกร์
สัปดาห์แรกเป็นการเรียนรู้งานเกี่ยวกับ กฎหมายคคีความ และเรื่องการพิมพ์เอกสารจ่าหน้าซอง
และเอกสารเกี่ยวกับกฏหมาย
วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ลูกแรดเตรียมพร้อมล่าเหยื่อ
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนเตรียมฝึกวิชาชีพการบริหารธุรกิจ 3
สิ่งที่ได้รับ คือ
1.การแต่งกายอย่างมีระเบียบ
2.การมีระเบียบวินัย
3.การตรงต่อเวลา
4.การมีบุคคลิกภาพที่ดี
5.มีการรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย
6.มีกิริยามารยาท
7.มีความสามารถในการสร้างสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม
8.มีความรักและความผูกพันธ์กับบุคคลอื่น
9.ได้เรียนรู้ในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในแต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การประกันคุณภาพของนักศึกษา การพัฒนาบุคลิคภาพ เรื่องคุณธรรม จริยธรรม เรื่องการเงินส่วนบุคคล Bussiness Intelligence วัฒนธรรามข้ามชาติ เป็นต้น
10.ได้มีการทดสอบความรู้วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษในการที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
วันสุดท้ายของการเรียนเตรียมฝึก
ได้มีทีมงานพระมหาสมปอง
บรรยายโดยพระมหาสมพงษ์
ได้ให้ข้อคิด
-อย่ามองข้ามสิ่งเล็กน้อย
-มนุษย์จะพัฒนาตามที่ตัวเองคิด
-อย่ามองกันแค่เปลืองนอก
-เรื่องของน้ำใจ
สิ่งที่ได้รับ คือ
1.การแต่งกายอย่างมีระเบียบ
2.การมีระเบียบวินัย
3.การตรงต่อเวลา
4.การมีบุคคลิกภาพที่ดี
5.มีการรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย
6.มีกิริยามารยาท
7.มีความสามารถในการสร้างสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม
8.มีความรักและความผูกพันธ์กับบุคคลอื่น
9.ได้เรียนรู้ในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในแต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การประกันคุณภาพของนักศึกษา การพัฒนาบุคลิคภาพ เรื่องคุณธรรม จริยธรรม เรื่องการเงินส่วนบุคคล Bussiness Intelligence วัฒนธรรามข้ามชาติ เป็นต้น
10.ได้มีการทดสอบความรู้วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษในการที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
วันสุดท้ายของการเรียนเตรียมฝึก
ได้มีทีมงานพระมหาสมปอง
บรรยายโดยพระมหาสมพงษ์
ได้ให้ข้อคิด
-อย่ามองข้ามสิ่งเล็กน้อย
-มนุษย์จะพัฒนาตามที่ตัวเองคิด
-อย่ามองกันแค่เปลืองนอก
-เรื่องของน้ำใจ
DTS 10 08/09/2009
iostream
#include
#include
using namespace std;
int main()
{
char FirstName[30], LastName[30];
int Age;
char FileName[20];
cout << "Enter First Name: ";
cin >> FirstName;
cout << "Enter Last Name: ";
cin >> LastName;
cout << "Enter Age: ";
cin >> Age;
cout << "\nEnter the name of the file you want to create: ";
cin >> FileName;
ofstream Students(FileName, ios::out);
Students << FirstName << "\n" << LastName << "\n" << Age;
cout << "\n\n";
return 0;
}
#include
#include
using namespace std;
int main()
{
char FirstName[30], LastName[30];
int Age;
char FileName[20];
cout << "Enter First Name: ";
cin >> FirstName;
cout << "Enter Last Name: ";
cin >> LastName;
cout << "Enter Age: ";
cin >> Age;
cout << "\nEnter the name of the file you want to create: ";
cin >> FileName;
ofstream Students(FileName, ios::out);
Students << FirstName << "\n" << LastName << "\n" << Age;
cout << "\n\n";
return 0;
}
วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2552
DTS 09- 28/09/2552
การเรียงลำดับ (sorting) เป็นการจัดให้เป็นระเบียบ
มีแบบแผน ช่วยให้การค้นหาสิ่งของหรือข้อมูล ซึ่งจะสามารถ
กระทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การเรียงลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อเลือกวิธีการเรียงลำดับที่
ดี และเหมาะสมกับระบบงาน เพื่อให้ประสิทธิภาพในการ
ทำงานสูงสุด ควรจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(1) เวลาและแรงงานที่ต้องใช้ในการเขียนโปรแกรม
(2) เวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้ในการทำงานตาม
โปรแกรมที่เขียน
(3) จำนวนเนื้อที่ในหน่วยความจำหลักมีเพียงพอ
หรือไม่
วิธีการเรียงลำดับ
เนื่องจากมีวิธีการมากมายที่สามารถใช้ในการเรียงลำดับ
ข้อมูลได้ บางวิธีก็มีขั้นตอนการจัดเรียงเป็นแบบง่าย ๆ ตรงไป
ตรงมา แต่ใช้เวลาในการจัดเรียงลำดับนาน และบางวิธีก็มี
ขั้นตอนในการจัดเรียงลำดับแบบซับซ้อนยุ่งยากแต่ใช้เวลา
ในการจัดเรียงไม่นานนัก ดังนั้นจึงควรศึกษาวิธีการจัดเรียง
ลำดับด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อเลือกใช้วิธีการที่ดีและเหมาะสม
กับระบบงานนั้นที่สุด วิธีการเรียงลำดับสามารถแบ่งออกเป็น
2 ประเภท คือ
(1)การเรียงลำดับแบบภายใน (internal sorting)
เป็นการเรียงลำดับที่ข้อมูลทั้งหมดต้องอยู่ใน
หน่วยความจำหลัก เวลาที่ใช้ในการเรียงลำดับจะ
คำนึงถึงเวลาที่ใช้ในการเปรียบเทียบและเลื่อน
ข้อมูลภายในความจำหลัก
(2) การเรียงลำดับแบบภายนอก
(external sorting) เป็นการเรียงลำดับข้อมูลที่
เก็บอยู่ในหน่วยความจำสำรอง ซึ่งเป็นการ
เรียงลำดับข้อมูลในแฟ้มข้อมูล (file) เวลาที่ใช้ใน
การเรียงลำดับต้องคำนึงถึงเวลาที่เสียไประหว่าง
การถ่ายเทข้อมูลจากหน่วยความจำหลักและ
หน่วยความจำสำรองนอกเหนือจากเวลาที่ใช้
ในการเรียงลำดับข้อมูลแบบภายใน
การเรียงลำดับแบบเลือก (selection sort)
ทำการเลือกข้อมูลมาเก็บในตำแหน่งที่ ข้อมูลนั้นควรจะอยู่ทีละ
ตัว โดยทำการค้นหาข้อมูลนั้นในแต่ละรอบแบบเรียงลำดับ
ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไป
การเรียงลำดับแบบฟอง (Bubble Sort)
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่มีการเปรียบเทียบข้อมูลใน
ตำแหน่งที่อยู่ติดกัน
1. ถ้าข้อมูลทั้งสองไม่อยู่ในลำดับที่ถูกต้องให้สลับตำแหน่ง
ที่อยู่กัน
2. ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมากให้นำข้อมูลตัวที่มี
ค่าน้อยกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่ามาก ถ้า
เป็นการเรียงลำดับจากมากไปน้อยให้นำข้อมูล ตัวที่มี
ค่ามากกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่าน้อย
การเรียงลำดับแบบเร็ว
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่ใช้เวลาน้อยเหมาะ
สำหรับข้อมูลที่มีจำนวนมากที่ต้องการความรวดเร็ว
ในการทำงาน วิธีนี้จะเลือกข้อมูลจากกลุ่มข้อมูล
ขึ้นมาหนึ่งค่าเป็นค่าหลัก แล้วหาตำแหน่งที่ถูกต้อง
ให้กับค่าหลักนี้ เมื่อได้ตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว ใช้
ค่าหลักนี้เป็นหลักในการแบ่งข้อมูลออกเป็นสองส่วน
ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก ส่วนแรกอยู่
ในตอนหน้าข้อมูล ทั้งหมดจะมีค่าน้อยกว่าค่าหลักที่
เป็นตัวแบ่งส่วนอีกส่วนหนึ่งจะอยู่ในตำแหน่งตอนหลังข้อมูล
ทั้งหมด จะมีค่ามากกว่าค่าหลัก แล้วนำแต่ละ
ส่วนย่อยไปแบ่งย่อยในลักษณะเดียวกันต่อไป
จนกระทั่งแต่ละส่วนไม่สามารถแบ่งย่อยได้อีก
ต่อไปจะได้ข้อมูลที่มีการเรียงลำดับตามที่
ต้องการ
การเรียงลำดับแบบแทรก (insertion sort)
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่ทำการเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าไปใน
เซต ที่มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับอยู่แล้ว และทำให้เซตใหม่
ที่ได้นี้มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับด้วย วิธีการเรียงลำดับจะ
1. เริ่มต้นเปรียบเทียบจากข้อมูลในตำแหน่งที่ 1 กับ 2
หรือข้อมูลในตำแหน่งสุดท้ายและรองสุดท้ายก็ได้
ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก
2. จะต้องจัดให้ข้อมูลที่มีค่าน้อยอยู่ในตำแหน่งก่อน
ข้อมูลที่มีค่ามาก และถ้าเรียงจากมากไปน้อยจะก็จะ
จัดให้ข้อมูลที่มีค่ามากอยู่ในตำแหน่งก่อน
เช่น ต้องการเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปมาก และ
เริ่มต้นนำข้อมูล 2 ตัวแรกมาเปรียบเทียบ ให้ข้อมูลที่มีค่า
น้อยกว่าอยู่ในตำแหน่งแรก จะได้ข้อมูลในเซตที่เรียงลำดับ
แล้วมีสมาชิก 2 ตัว จากนั้นนำสมาชิกใหม่เข้ามาโดยเริ่ม
เปรียบเทียบกับสมาชิกในเซตทีละตัว จะเริ่มเปรียบเทียบ
ตั้งแต่ตัวแรกหรือตัวหลังสุดก็ได้ ถ้าเปรียบเทียบตั้งแต่ตัว
แรกจะต้องหาตำแหน่งสมาชิกที่มีค่ามากกว่าสมาชิกใหม่
แล้วทำการถอยทุกค่าไปหนึ่งตำแหน่งตั้งแต่ตำแหน่งนั้นเป็น
ต้นไป เพื่อให้เกิดตำแหน่งว่างสำหรับแทรกสมาชิกใหม่ลง
ไปก็จะได้เซตที่เรียงลำดับใหม่
ถ้ามีจำนวนข้อมูลเป็น n การจัดเรียงแบบแทรกจะมี
การจัดเรียงทั้งหมดเท่ากับ n − 1 รอบ จำนวนครั้ง
ของการเปรียบเทียบในแต่ละรอบแตกต่างกันขึ้นอยู่กับ
ลักษณะการจัดเรียงของข้อมูลนั้น
กรณีที่ดีที่สุด คือ กรณีข้อมูลทั้งหมดจัดเรียงใน
ตำแหน่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว กรณีนี้ในแต่ละรอบ
มีการเปรียบเทียบเพียงครั้งเดียว เพราะฉะนั้นจำนวน
ครั้งของการเปรียบเทียบเป็นดังนี้
จำนวนครั้งของการเปรียบเทียบ = n − 1 ครั้ง
กรณีที่แย่ที่สุด คือ กรณีที่ข้อมูลมีการเรียงลำดับในตำแหน่ง
ที่กลับกัน เช่น ต้องการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก แต่
ข้อมูลมีค่าเรียงลำดับจากมากไปน้อย จำนวนครั้งของการ
เปรียบเทียบ
มีแบบแผน ช่วยให้การค้นหาสิ่งของหรือข้อมูล ซึ่งจะสามารถ
กระทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การเรียงลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อเลือกวิธีการเรียงลำดับที่
ดี และเหมาะสมกับระบบงาน เพื่อให้ประสิทธิภาพในการ
ทำงานสูงสุด ควรจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(1) เวลาและแรงงานที่ต้องใช้ในการเขียนโปรแกรม
(2) เวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้ในการทำงานตาม
โปรแกรมที่เขียน
(3) จำนวนเนื้อที่ในหน่วยความจำหลักมีเพียงพอ
หรือไม่
วิธีการเรียงลำดับ
เนื่องจากมีวิธีการมากมายที่สามารถใช้ในการเรียงลำดับ
ข้อมูลได้ บางวิธีก็มีขั้นตอนการจัดเรียงเป็นแบบง่าย ๆ ตรงไป
ตรงมา แต่ใช้เวลาในการจัดเรียงลำดับนาน และบางวิธีก็มี
ขั้นตอนในการจัดเรียงลำดับแบบซับซ้อนยุ่งยากแต่ใช้เวลา
ในการจัดเรียงไม่นานนัก ดังนั้นจึงควรศึกษาวิธีการจัดเรียง
ลำดับด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อเลือกใช้วิธีการที่ดีและเหมาะสม
กับระบบงานนั้นที่สุด วิธีการเรียงลำดับสามารถแบ่งออกเป็น
2 ประเภท คือ
(1)การเรียงลำดับแบบภายใน (internal sorting)
เป็นการเรียงลำดับที่ข้อมูลทั้งหมดต้องอยู่ใน
หน่วยความจำหลัก เวลาที่ใช้ในการเรียงลำดับจะ
คำนึงถึงเวลาที่ใช้ในการเปรียบเทียบและเลื่อน
ข้อมูลภายในความจำหลัก
(2) การเรียงลำดับแบบภายนอก
(external sorting) เป็นการเรียงลำดับข้อมูลที่
เก็บอยู่ในหน่วยความจำสำรอง ซึ่งเป็นการ
เรียงลำดับข้อมูลในแฟ้มข้อมูล (file) เวลาที่ใช้ใน
การเรียงลำดับต้องคำนึงถึงเวลาที่เสียไประหว่าง
การถ่ายเทข้อมูลจากหน่วยความจำหลักและ
หน่วยความจำสำรองนอกเหนือจากเวลาที่ใช้
ในการเรียงลำดับข้อมูลแบบภายใน
การเรียงลำดับแบบเลือก (selection sort)
ทำการเลือกข้อมูลมาเก็บในตำแหน่งที่ ข้อมูลนั้นควรจะอยู่ทีละ
ตัว โดยทำการค้นหาข้อมูลนั้นในแต่ละรอบแบบเรียงลำดับ
ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไป
การเรียงลำดับแบบฟอง (Bubble Sort)
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่มีการเปรียบเทียบข้อมูลใน
ตำแหน่งที่อยู่ติดกัน
1. ถ้าข้อมูลทั้งสองไม่อยู่ในลำดับที่ถูกต้องให้สลับตำแหน่ง
ที่อยู่กัน
2. ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมากให้นำข้อมูลตัวที่มี
ค่าน้อยกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่ามาก ถ้า
เป็นการเรียงลำดับจากมากไปน้อยให้นำข้อมูล ตัวที่มี
ค่ามากกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่าน้อย
การเรียงลำดับแบบเร็ว
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่ใช้เวลาน้อยเหมาะ
สำหรับข้อมูลที่มีจำนวนมากที่ต้องการความรวดเร็ว
ในการทำงาน วิธีนี้จะเลือกข้อมูลจากกลุ่มข้อมูล
ขึ้นมาหนึ่งค่าเป็นค่าหลัก แล้วหาตำแหน่งที่ถูกต้อง
ให้กับค่าหลักนี้ เมื่อได้ตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว ใช้
ค่าหลักนี้เป็นหลักในการแบ่งข้อมูลออกเป็นสองส่วน
ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก ส่วนแรกอยู่
ในตอนหน้าข้อมูล ทั้งหมดจะมีค่าน้อยกว่าค่าหลักที่
เป็นตัวแบ่งส่วนอีกส่วนหนึ่งจะอยู่ในตำแหน่งตอนหลังข้อมูล
ทั้งหมด จะมีค่ามากกว่าค่าหลัก แล้วนำแต่ละ
ส่วนย่อยไปแบ่งย่อยในลักษณะเดียวกันต่อไป
จนกระทั่งแต่ละส่วนไม่สามารถแบ่งย่อยได้อีก
ต่อไปจะได้ข้อมูลที่มีการเรียงลำดับตามที่
ต้องการ
การเรียงลำดับแบบแทรก (insertion sort)
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่ทำการเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าไปใน
เซต ที่มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับอยู่แล้ว และทำให้เซตใหม่
ที่ได้นี้มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับด้วย วิธีการเรียงลำดับจะ
1. เริ่มต้นเปรียบเทียบจากข้อมูลในตำแหน่งที่ 1 กับ 2
หรือข้อมูลในตำแหน่งสุดท้ายและรองสุดท้ายก็ได้
ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก
2. จะต้องจัดให้ข้อมูลที่มีค่าน้อยอยู่ในตำแหน่งก่อน
ข้อมูลที่มีค่ามาก และถ้าเรียงจากมากไปน้อยจะก็จะ
จัดให้ข้อมูลที่มีค่ามากอยู่ในตำแหน่งก่อน
เช่น ต้องการเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปมาก และ
เริ่มต้นนำข้อมูล 2 ตัวแรกมาเปรียบเทียบ ให้ข้อมูลที่มีค่า
น้อยกว่าอยู่ในตำแหน่งแรก จะได้ข้อมูลในเซตที่เรียงลำดับ
แล้วมีสมาชิก 2 ตัว จากนั้นนำสมาชิกใหม่เข้ามาโดยเริ่ม
เปรียบเทียบกับสมาชิกในเซตทีละตัว จะเริ่มเปรียบเทียบ
ตั้งแต่ตัวแรกหรือตัวหลังสุดก็ได้ ถ้าเปรียบเทียบตั้งแต่ตัว
แรกจะต้องหาตำแหน่งสมาชิกที่มีค่ามากกว่าสมาชิกใหม่
แล้วทำการถอยทุกค่าไปหนึ่งตำแหน่งตั้งแต่ตำแหน่งนั้นเป็น
ต้นไป เพื่อให้เกิดตำแหน่งว่างสำหรับแทรกสมาชิกใหม่ลง
ไปก็จะได้เซตที่เรียงลำดับใหม่
ถ้ามีจำนวนข้อมูลเป็น n การจัดเรียงแบบแทรกจะมี
การจัดเรียงทั้งหมดเท่ากับ n − 1 รอบ จำนวนครั้ง
ของการเปรียบเทียบในแต่ละรอบแตกต่างกันขึ้นอยู่กับ
ลักษณะการจัดเรียงของข้อมูลนั้น
กรณีที่ดีที่สุด คือ กรณีข้อมูลทั้งหมดจัดเรียงใน
ตำแหน่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว กรณีนี้ในแต่ละรอบ
มีการเปรียบเทียบเพียงครั้งเดียว เพราะฉะนั้นจำนวน
ครั้งของการเปรียบเทียบเป็นดังนี้
จำนวนครั้งของการเปรียบเทียบ = n − 1 ครั้ง
กรณีที่แย่ที่สุด คือ กรณีที่ข้อมูลมีการเรียงลำดับในตำแหน่ง
ที่กลับกัน เช่น ต้องการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก แต่
ข้อมูลมีค่าเรียงลำดับจากมากไปน้อย จำนวนครั้งของการ
เปรียบเทียบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
